My heart, My soul, My world

My Blog

Blog EntryWork Hard VS Work SmartJul 23, '06 10:26 AM
for everyone

บทความไร้ที่มา ไร้ชื่อผู้เขียน ข้อตั้งว่าเป็น บทความนิรนามก็แล้วกัน

ก่อนอื่นมาดูก่อนว่า พวกเราทำงานกันแบบไหน
   - มาทำงานเช้ากลับบ้านดึก
   - ทำงานเสาร์ อาทิตย์เป็นประจำ
เราทำงานกันแบบนี้หรือไม่ แล้วมีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

หลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำงานหนัก หรือ Work Hard เป็นการทำงานที่น่ายกย่อง
เพราะเราได้อุทิศ ทุ่มเทการทำงานอย่างจริงใจ ให้กับบริษัท ได้รับคำชื่นชมจาก หัวหน้างาน
เพื่อนร่วมงาน
 แล้วสิ่งที่เราคาดหวังจากการทำงานหนักคืออะไร ผลการทำงาน หรือ performance ที่ดี
จนได้รับการวัดและประเมินผลงานจากหัวหน้างาน ในระดับที่เราพอใจ

คนที่ทำงานหนักส่วนใหญ่ มักชอบหรือพอใจให้บุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย
    - ทำงานหนักเหมือนกัน
    - ยกย่องและยอมรับการทำงานดึกๆดื่นๆ (อันนี้คุ้นๆ)
    - ถ้ายังไม่สามหรือสี่ทุ่มยังไม่กลับบ้าน
    - และมองว่า การเอางานกลับไปทำที่บ้านในวันหยุด เป้นการทำงานที่ทุ่มเท สุดๆ
ถ้าเราเป็นลูกน้องแบบนี้ และมีหัวหน้างานแบบนี้ เรามักจะได้รับความพอใจ และได้รับ
การประเมินผลงานว่า เป็นคนขยันทำงาน มีความรับผิดชอบ และอุทิศตนให้กับบริษํทอย่างจริงใจ

แล้วทำไม เราต้องจัดอยู่ในพวก Work hard

มาดูสาเหตุกันว่า ทำไมเราถึงทำงานหนัก มีงานค้างมาก
    - ว่างจัด เลิกงานไม่รู้จะไปไหน เพื่อนน้อย โสด กลับบ้านไปก็ไม่มีไรทำ อยู่ทำงานดีกว่า
    - ไม่ยอมปล่อยวาง อยากสะสางงานให้เสร็จวันนี้ ทั้งที่งานบางอย่างเก็บไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้
       หรือเป็นประเภท หวงงาน ไม่แบ่งงานให้เพื่อนหรือลูกน้องทำ เพราะกลัวว่า ผลงานที่ทำ
      อาจไม่ดีพอเท่ากับทำเอง
    - ลมปราณแตกซ่าน ไม่มีสมาธิ คิดโน่นที นี่ที งานจึงไม่เสร็จหรือเสร็จช้า เลยทำให้ทำงาน
      ดึกๆดื่นๆ แบบไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน
    - บริหารงาน/เวลาไม่เป็น ไม่จัดลำดับงานสำคัญก่อนหลัง งานบางอย่างอาจให้คนอื่นทำ
      หรือขั้นตอนการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ หากปรับเปลี่ยน ก็สามารถทำงานนั้นเสร็จเร็วขึ้น
    - ปริมาณงานมากเกินไป เนื่องจากหัวหน้ามอบหมายงานให้มากว่าเพื่อนคนอื่นๆ เป็นที่มาของ
       คำว่า Work load ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ควรจะคุยกับหัวหน้างาน เพื่อแจ้งถึง
     ปริมาณงานที่ต้องทำ และผลเสียที่อาจเกิดขึ้น หากหัวหน้าเราไม่รับแก้ไข

แล้วเราพอใจกับการทำงานหนัก (บางคนเรียกว่า พวกบ้างาน) มากน้อยแค่ไหน
อะไรบ้างที่หายไปบ้าง เวลาให้กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ ชีวิตส่วนตัว รวมถึง สุขภาพ
แล้วคิดว่ามีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่
ผลกระทบทางด้านอารมณ์ คือ หงุดหงิดง่าย เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป บางคนเป็นไมเกรน
โรคจิต บางคนรับสภาพไม่ไหว เพราะไม่มีเวลาพักผ่อน หรือเวลาของตนเอง ทำให้ เบื่องาน
เบื่อชีวิต มองโลกในแง่ร้าย ไม่ชอบ ไม่รักงานที่ทำ และสุดท้าย ลาออก

แล้วทำงานหนักไม่ดีตรงไหน งานก็เสร็นตามเป้าหมายไม่ใช่หรือ ได้ผลผลิต ผลงาน
แต่ในมุมหนึ่ง งานที่เกิดขึ้น เราอาจไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มาก็ได้

สังเกตไหมว่า บางคนทำงานเช้า กลับบ้านตรงเวลา เสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องทำงาน ไม่ค่อยจะนำงาน
กลับบ้าน และไม่ต้องทำงานชนิดหามรุ่ง หามค่ำ แต่ ผลงานออกมาดี หรือ ดีกว่าคนที่ทำงานหนัก
เสียอีก คนกลุ่มนี่ละ เรียกว่าเป็น Work Smart

คุณสมบัติของ Work Smart มาดูกันเลย
  อันดับแรก Smile ยิ้มเสมอ ยิ้มรับปัญหา พร้อมที่จะแก้ไข มองปัญหาเป็นสิ่งท้าทาย ไม่ตีโพยตีพาย
                        มีสมาธิ รู้ว่าอะไรควรทำ และ ไม่ทำในแต่ละสถานการณ์
  ต่อไป Manage รู้จักบริหารงาน รู้ว่างานไหนเร่ง และควรใช้คนให้ถูกกับงาน เพื่อให้มีประโยชน์สูงสุด
                และรู้จักบริหารเวลาให้กับงาน ครอบครัว เพื่อนฝูง และตัวเอง
  Analyze สามารถวิเคราะห์และแยกแยะถึงผลที่จะเกิดขึ้นได้ รู้ว่าทำสิ่งใดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หรือ
           แผนสำรอง คนที่วิเคราะห์แม่น จะส่งผลให้งานที่ส่งมอบไม่ผิดพลาด ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า
   Recognize ประมาณตน ยอมรับ ว่าตนเองมีความสามารถ ความรู้ อย่างไร ที่จะบริหาร หรือจัดการงานที่
         ได้รับมอบหมายให้ทำและความสามารถของผู้อื่น ที่จะมอบหมายงานให้ทำแทนได้
   Train คนไหนทำงานแทนเราได้ ควรสอนงาน ให้คำปรึกษา และส่งให้ไปอบรม เพื่อให้ทีมสามารถ ทำงานได้
        ตามที่ต้องการ

การทำงานให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่เพียงทำงานหนักกว่าคนอื่น แต่คนที่ทำงานเก่ง ต้องรู้จักบริหารตนเองให้
ทำงานอย่างชาญฉลาด เพื่อให้มีเวลาเหลือจากการทำงาน และมีเวลาให้กับครอบครัว เพื่อน และตนเอง
หรือที่เรียกว่า "Work/Life Balance"

ข้อคิดเล็กๆ เอาไว้คิดมากๆ
- จงถือว่า สุขภาพ คือ ทรัยพ์สมบัติประการแรก
- อย่าก้มหน้าก้มตาทำงาน จนไม่เคยเห็นนก ต้นไม้ ดอกไม้ ปุยเมฆ
- จงหาเวลา แทนที่จะรอให้มีเวลา
- จงยิ้มไว้เสมอ

ยาวหน่อย ใครอ่านหมดเก่งมาก เป็นเราไม่รู้เลยว่าจะอ่านหรือเปล่า 555
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านคับ


Blog Entryสามสิ่งในชีวิตJul 16, '06 2:05 AM
for everyone

เสาร์ อาทิตย์ ว่างจัง ก็เลยอ่านเมล์เล่นซะเลย
เลยเจอบทความดีๆอีกแล้ว เกี่ยวกับ 3 สิ่งในชีวิต
เป็นสามสิ่งทั้งทางด้านดี และไม่ดี อ่านแล้วได้
ข้อคิดไรบ้าง นั่งลงในมุมสบายๆ แล้วลองอ่านดูครับ

สามสิ่งในชีวิต ที่ไม่หวนกลับ
เวลา คำพูด โอกาส

สามสิ่งในชีวิต ที่เราจะขาดเสียมิได้
ความสงบของจิตใจ ความซื่อสัตย์ ความหวัง

สามสิ่งในชีวิต ที่มีคุณค่าต่อชีวิต
ความรัก ความมั่นใจในตัวเอง เพื่อน

สามสิ่งในชีวิต ที่ไม่แน่นอน
ความฝัน ความสำเร็จ โชคชะตา

สามสิ่งในชีวิต ที่นำไปสู่ความพินาศ
เหล้า ความเย่อหยิ่ง ความโกรธ

แต่สิ่งที่หนึ่งในชีวิตที่แน่นอน
ไม่มีการทำที่ไม่ได้ ไม่มีการได้ที่ไม่ทำ

อ่านแล้วได้ข้อคิดไรบ้าง มากน้อยยังไง
ก็ขอบคุณครับที่อ่าน อิอิ



เมื่อวานได้ทำการ เคลียร์ mail ใน yahoo ก็ได้ไปเจอ mail เก่าเก็บกรุ
 ซึ่งน่าสนใจมาก ได้ให้แง่คิดอีกมุมมองนึง น่าสนใจทีเดียว

 " เสียใจไม่ใช่เรื่องแปลก (แต่หากเสียใจไม่จบสิ้น นั่นจึงแปลก) "

ความอ้างว้างไม่ได้โหดร้ายอะไรนัก มันก็แค่ช่วงเวลาที่เธอควรใช้มันให้กับตัวเอง
หลังจากที่วุ่นวายไปกับชีวิตคนอื่นมานานพอควร

ถ้าเธอเคยหกล้มเธอก็จะเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่คิดจะไม่เดินอีกเลย
บางครั้งคนเราก็ต้องยอม รับในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจและต้องยอมรับในการตัดสินใจของคนอื่น
ถึงมันจะไม่ดีกับเธอเลยก็ตาม เพราะเราเลือกแต่เหตุการณ์นี้ ให้เกิดกับชีวิตเราไม่ได้เสมอไป

ความรักก็มีชีวิตเหมือนดอกไม้ และไม่มีแจกันใดจะถนอมความงามของดอกไม้ไว้ได้ตลอดไปหรอก

ความเสียใจไม่ใช่เรื่องแปลกแต่หากเสียใจไม่จบสิ้น นั่นจึงแปลก

ในขณะที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มันก็ต้องไม่ลืมที่จะหมุนรอบตัวเอง
ในขณะที่เธอรักใคร เธอก็ต้องไม่ลืมที่จะรักตัวเอง

หากคนเรามีความรักได้ครั้งเดียวในชีวิต นั่นจึงควรร่ำร้องเมื่อรักได้สูญหาย
แต่ความจริงแล้ว คนเรามีความรักได้หลายพันครั้งตลอดทั้งชีวิต

เมื่อเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใคร นั่นคือสัญญาณเตือนว่า เธอควรให้ความสำคัญกับตัวเองได้แล้ว
คนเราสามารถจำอะไรก็ได้ แต่เมื่อจำแล้ว
กลับไม่สามารถเลือกที่จะลืมบางส่วนของมันได้ แต่เลือกที่จะนึกถึงมันให้น้อยที่สุดได้

ไม่ว่าความรักจะทำให้วันนี้ของเธอปวดร้าวยังไง
แค่ครั้งหนึ่ง เธอเคยได้รัก คนที่อยากรัก เธอก็โชคดีมากแล้ว

สำหรับบางคน ถ้าจะรัก ก็ยังไม่เจ็บ ถ้าเคยรัก ก็แค่เคยเจ็บ
แต่ถ้ายังรัก ก็จะยังเจ็บ ขึ้นอยู่กับว่า เธออยากเป็นแค่คนที่เคยเจ็บ หรืออยากเป็นคนที่ยังเจ็บอยู่ทุกวัน

เธอเคยฝืนใจรับใบปลิว ที่แจกตามหน้าห้างสรรพสินค้า เพราะเกรงใจคนแจกมัน
และบางทีอาจมีคนรับความรักของเธอไป เพราะเหตุผลอย่างเดียวกัน
สุดท้าย เขาก็ทิ้งมัน เหมือนกับที่เธอทิ้งใบปลิวนั่นแหละ

คนบางคน เป็นเพื่อนที่ดีได้ เป็นพี่ที่ดีได้ เป็นน้องที่ดีได้
แต่เป็นคนรักที่ดีไม่ได้ ก็ควรให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็นได้ และเป็นได้ดี

หลายๆสิ่งในโลก ล้วนถูกสร้างมาให้มีด้านตรงข้าม
มันจึงต้องมีจุดผกผันแปรเปลี่ยน ความรักก็มีจุดเปลี่ยนของมัน
จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่เธอต้องยอมรับมันให้ได้

แก้วกาแฟใบโปรด แตกไปเสียแล้ว เก็บไว้ก็บาดมือ
ความรัก จากไปเสียเสียแล้ว เก็บไว้ก็บาดใจ
สำหรับความรักที่ผ่านมา ควรแยกให้ได้ว่า
อะไรควรจำไว้ประทับใจ อะไรควรจำไว้เป็นบทเรียน

ค่ำคืนแห่งความเงียบเหงา ไม่ได้ยาวนานไปกว่าคืนไหนๆหรอก
อีกไม่นานก็เช้า ชีวิตก็วุ่นวายเหมือนเดิมแล้ว

หนังสือเล่มไหนที่อ่านแล้วไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องกลับไปอ่านรอบสอง
ความทรงจำที่นึกถึงแล้วเจ็บปวด ก็อย่าไปนึกถึงมันเป็นครั้งที่สอง

เมื่ออ่อนแอจนถึงที่สุด ความเข้มแข็งจะเข้ามาแทนที่

เมื่อเธออยากให้หัวใจมีความรัก ก็ต้องยินยอมที่จะให้มันเจ็บปวด
เหมือนเด็กที่อยากจะเดิน ก็ต้องยินยอมที่จะล้มลุกคลุกคลาน

ความรู้สึกสูญเสีย ร้ายแรงเสมอ สำหรับคนที่ไม่ยอมรับความจริง

ความเจ็บปวด ไม่ได้ต้องการเวลาเพียงไม่กี่วันในการรักษา
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอจะเลิกเจ็บปวดเมื่อไหร่
แต่มันอยู่ที่ว่า เธอจะใช้ชีวิตในขณะที่ยังเจ็บปวดอย่างไรต่างหาก

คนที่ควรรัก อาจไม่ใช่คนที่เธอรัก อาจไม่ใช่คนที่รักเธอ
อาจไม่ใช่คนที่รักกันมาก่อน อาจไม่ใช่คนที่กำลังรักอยู่ อาจไม่ใช่คนที่คิดจะรัก
แต่คนที่ควรรัก อาจเป็นคนที่เธอยังไม่เคยรักเลยก็ได้
ทำไมต้องเรียกร้องความรักจากคนๆเดียว ในเมื่อเธอก็มีความรักจากคนรอบข้างมากมาย

ไม่มีความเจ็บปวดครั้งใด ไม่ให้ประโยชน์กับชีวิต ขึ้นอยู่กับว่า
เธอรู้จักที่จะใช้ความเจ็บปวดนั้นทำให้เธอเข้มแข็ง หรือปล่อยให้มันทิ่มแทง จนเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายที่สุด และยอมรับได้ยากที่สุด
แต่เมื่อเรายอมรับได้แล้ว มันก็จะเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด

ความรักไม่ได้ทำร้ายใคร แต่คนเรามักใช้มันทำร้ายตัวเอง

เด็กที่เพิ่งหกล้ม อย่าไปถามเขาว่า เจ็บมากมั้ย หายเจ็บหรือยัง
นั่นจะทำให้เขายิ่งร้องไห้ หัวใจที่เจ็บปวด ก็อย่าไปถามซ้ำๆถึงความเจ็บนั้นเลย

ความเจ็บปวดที่ร้ายแรงที่สุด คือ ความเจ็บปวดที่เธอเฝ้าคิดถึงแต่มันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าเธอเคยล้ม เธอก็จะเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
นั่นเองคือเหตุผลว่า ทำไมคนเราจึงต้องเจ็บปวดเสียบ้าง

ถ้าความรักของเธอเหมือนดอกไม้ หัวใจเขา เหมือนทะเลทราย
คงเปล่าประโยชน์ นี่เธอจะปลูกดอกไม้ให้งดงาม ในทะเลทราย

และเมื่อเขาจำเป็นต้องแยกไป เธอควรขอบคุณที่เขาร่วมทางมา
ไม่ใช่ตัดรอนต่อว่า ที่เขาแยกทางไป

ว่ากันว่า ช่วงชีวิตของคนเรามีจำกัด
ยิ่งใช้เวลาไปกับความเศร้าโศกนานเท่าไหร่ ก็จะเหลือช่วงเวลาที่ดี ลดน้อยลง

เป็นไงบ้างครับ อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรดีๆบ้างไหม การเสียใจบางครั้งก็ต้องมี limit
ไม่มีใครทำให้ความเสียใจติดกับเราได้ตลอดไป ยกเว้นเรายึดติดกับความเสียใจนั้นเสียเอง

ไม่แค่ความเสียใจแต่คงเป็นความรู้สึกแย่ๆ ทุกอย่าง เครียด โกรธ เหงา เศร้า ไม่ใช่ไม่ให้มี แต่ให้ พอดี
น่าเสียดายที่ช่วงชีวิตของเราจมปลักอยู่กับเรื่องไม่ดีมากจนเกินงาม


เป็นรับสั่งของในหลวงที่ทำให้รู้สึกดีมากเหลือเกิน โดยเนื้อข่าวมีดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "ฉันจะอยู่ถึง 120 ปี" จะอยู่ฉลองพระราชพิธีครองสิริราชสมบัติครบ 100 ปี"

พระองค์ตรัสข้อความนี้กับ ท่านผู้หญิงบัตรีวีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ซึ่งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายพระพรว่า ขอให้ทรงพระเจริญ มีพระชนมพรรษาเกินกว่า 100 พรรษา ซึ่งท่านบุตรีได้กรุณาอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวมาเล่าให้ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ คณบดี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีคนหนึ่งของไทยฟัง

อาจารย์เผ่าทอง เล่าว่า พระราชพิธีฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรียกว่า รัชดาภิเษกสมโภช หากครองสิริราชสมบัติครบ 75 ปีเรียกว่า ฉลองพระราชพิธีพัชราภิเษก

"แต่งานฉลอง 60 ปีครั้งนี้ พระเจ้าอยู่หัวยังไม่ทรงนับเป็นไดมอนด์จูบิลี แต่เมื่อฉลองครบ 100 ปี จะเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุด เรียกว่า อัมรินทร์ภิเษกสมโภช"

จาก โพสต์ทูเดย์

ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2549


Blog Entryลองเปิดใช้งานJun 25, '06 10:35 AM
for everyone
วันนี้เป็นวันแรกที่ลองสมัครมาใช้งาน website นี้ดู
พอเข้ามาดูแล้ว สามารถทำไรได้มากก่าของ pantip เยอะเลย
เลยจาฝากผีฝากไข้ไว้กะ website นี้ซะเลย อิอิ

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 sonnenvogel.com All rights reserved.